ประวัติ บาส การต์ณัฐ นักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย

Home / ข่าวซีเกมส์ / ประวัติ บาส การต์ณัฐ นักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย

ควันหลงจาก SEA Games Singapore 2015 ปีนี้ดูจะหนีไม่พ้นเรื่องความหล่อเข้าตาของเหล่าบรรดานักกีฬาทีมชาติไทย และหนึ่งในหนุ่มหล่อมากความสามารถที่เราจะพาไปรู้จักกันวันนี้คือ การต์ณัฐ เสมอใจ (พี่บาส) นักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย อายุ 26 ปี ที่ถึงแม้กีฬาบาสฯ ของไทยจะไม่สามารถเอาชนะทีมชาติเจ้าภาพได้ แต่เรื่องลีลาการเล่นและหน้าตา ต้องบอกเลยว่าคนไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลกเหมือนกันนะจ้ะ … ประวัติ บาส การต์ณัฐ นักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย

ประวัติ บาส การต์ณัฐ นักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย

ประวัติ บาส การต์ณัฐ นักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย

จุดเริ่มต้นสู่การเป็นนักบาสเกตบอล

พี่เป็นเด็กสุโขทัย เป็นเด็กบ้านนอกที่ชอบเล่นกีฬา ครอบครัวก็ส่งเสริม ไม่มีใครปิดกั้นด้านความคิด พี่มีพี่ชายอายุห่างกัน 4 ปี พี่ชายพี่เขาชอบเล่นฟุตบอล สมัยเด็กพี่เป็นคนติดครอบครัว ติดพี่ชาย ก็จะตามไปเล่นฟุตบอลกับพี่ชายตลอด จนเขาต้องหนีออกจากบ้านเพราะไม่อยากให้เราไปเกะกะ พอโตขึ้นมาหน่อย ช่วงเราเริ่มขี่มอเตอร์ไซค์เป็น พี่บาสก็เริ่มออกไปเตะฟุตบอลกับเพื่อน เด็กๆ คิดไว้ว่าความฝันสูงสุดคือการเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ ตอนอยู่สุโขทัยก็ซ้อมแต่ฟุตบอลอย่างเดียวเลย

พอช่วง ม.3 มีรายการแข่งฟุตซอลชิงแชมป์ภาคเหนือ พี่บาสได้เป็นตัวแทนที่จะมาแข่งกับกรุงเทพฯ แต่หลังจากแข่งเสร็จก็มีอาจารย์พละท่านหนึ่งมาชวนเล่นบาสเพราะนักกีฬาขาด ก็เลยลองดูเพราะอย่างที่บอกว่าติดพี่ชายมาก ช่วงหลังๆ พี่ชายหันมาเล่นบาส พี่ก็เลยเล่นบ้างแต่ไม่ได้จริงจัง พอเริ่มเล่นบาสรู้สึกชอบ ก็เลยไม่ไปแข่งฟุตบอลละ แล้วมันมีรายการหนึ่งคือรายการบาสเกตบอลเยาวชนแห่งชาติ สุโขทัยเป็นตัวแทน พี่ก็ไปเล่นให้ทีมสุโขทัย แมตช์นั้นเจอกับกรุงเทพฯ แล้วโค้ตของกรุงเทพฯ ชื่ออาจารย์ พงษ์ชาติ ภู่เจริญ เป็นโค้ตของรร.กรุงเทพคริสเตียน เขาเห็นแววเลยมาชวนให้ไปเรียนต่อ ม.4 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งตอนแรกพี่จะมาเข้าฟุตบอลก็เลยเปลี่ยนแผนเป็นเล่นบาสดีกว่า ม.4 พี่ได้มีโอกาศติดบาสเกตบอลทีมชาติเลย

ประวัติ บาส การต์ณัฐ นักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย
นักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย

เป็นนักบาสฯ ทีมชาติที่อายุหน้อยที่สุด

ตอนแรกพี่ไปคัดตัวที่รร.ทิวไผ่งามก่อน ตอนนั้นเขาขึ้นชื่อเรื่องบาสเกตบอล คัดตัวจากผู้สมัคร 30 คนเขาเอานักกีฬาแค่คนเดียว พี่บาสติดหนึ่งคนนั้น แต่ที่พี่ไม่เลือกไปทิวไผ่งามเพราะว่าพี่รู้สึกถูกชะตากับกรุงเทพคริสเตียนมากกว่า ก็เลยได้มีโอกาสมาเรียนที่กรุงเทพคริสเตียน ม.4 ก็ติดทีมชาติแต่ว่ายังไม่ใช่ทีมชาติชุดใหญ่ เป็นทีมชาติประเภทประชาชนทั่วไป พอมา ม.5 พี่บาสติดเยาวชนทีมชาติ รุ่นอายุ 18 ปี

พอมา ม.6 พี่ติดซีเกมส์ทีมชาติชุดใหญ่ หลังจากนั้นก็เหมือนเป็นเด็กในประวัติศาสตร์วงการบาสที่อายุน้อยที่สุด จากนั้นก็ได้โควต้าเข้าเรียน ธรรมศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์ สื่อสารมวลชน เรียนอยู่ 4 ปีจนเหลืออยู่ 6 ตัวจบ ก็มีปัญา เพราะก่อนหน้านั้นพี่เก็บตัวเล่นบาส ไม่มีเวลาเรียน ทางมหา’ลัยเขาไม่ช่วย นักศึกษาทุกคนต้องเรียนให้ได้เหมือนคนทั่วไป เรารู้เกรดก่อนว่าเราไม่ผ่านแน่ก็เลยซิ่วออกมาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยรามฯ ช่วงนั้นปี 1-4 ปี่ก็อยู่ที่สโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก่อนที่จะย้ายมาทีมโมโนแวมไพร์ครับ

นักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย
นักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย

วัยรุ่นร้องไห้’ จุดเปลี่ยนของชีวิตมาจากความรักของครอบครัว

เราเป็นนักกีฬา กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น สิ่งยั่วยุอะไรต่างๆ มันก็เยอะ จากที่พี่ติดครอบครัวพอมาเรียนกรุงเทพฯ ก็เริ่มทะเลาะกับพ่อ จนที่บ้านไม่ไหวละ พ่อพี่เขาถึงขั้นมากรุงเทพฯ มาอยู่ด้วย 1 เดือน โดยที่พี่ไม่รู้เลยว่าเขาทำอะไรอยู่ข้างล่างบ้านทุกวัน พี่ไปเที่ยวกลับบ้านเช้า เห็นพ่อพี่ก็ไม่สนใจเดินขึ้นห้อง ทำอย่างนี้อยู่ประมาณเดือนนึง ก่อนที่เขาจะกลับไป พี่ถึงมารู้ทีหลังว่าเขาเอาชีทที่พี่เรียนมานั่งแล็กเชอร์ให้พี่เดือนนึง หลังจากนั้นพี่ก็เริ่มรู้ตัว เป็นช่วง ‘วัยรุ่นร้องไห้’ พี่เริ่มเปลี่ยนตัวเอง หลังจากย้ายมาเรียนรามฯ มีอยู่วันนึงพี่ไปโรง’บาล ไปตรวจร่างกายละเอียดเลย หลังจากนั้นก็หยิบโทรศัพท์โทรไปหาแม่ พ่อแม่พี่เป็นครูอยู่ที่สุโขทัย พี่โทรไปหาขอขมาเขา ตั้งแต่นั้นพี่ก็หักดิบ เลิกอบายมุขทุกอย่าง จนถึงตอนนี้พี่ยังไม่เคยยุ่งกับมันอีกเลย

ประวัติ บาส การต์ณัฐ นักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย
นักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย

นิสัยส่วนตัวอีกด้านที่อยากให้คนอื่นรู้จัก

ถ้าคนภายนอกมองจะดูหยิ่งๆ นิ่งๆ แอ็คๆ อย่างตอนเล่นบาสเนี่ยฝากบอกเลยว่าเล่นบาสจะยิ้มมันก็ไม่ได้ไง เราเป็นพ้อยท์การด ทุกคนเขาต้องมองมาที่เรา เราเหมือนกัปตันทีม ต้องห้ามเล่น ไม่งั้นเพื่อนมันจะมองว่าเรายังเล่นได้ มันก็เล่นมั่ง แต่จริงๆ นิสัยพี่เป็นคนกวนตีนมาก ถ้าสนิทกันจะรู

ประวัติ บาส การต์ณัฐ นักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย
ประวัติ บาส การต์ณัฐ นักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย

เทคนิคการเล่นบาส

พี่เล่นตำแหน่งปีกมาก่อนตอนที่อยู่กับสโมสร ‘การไฟฟ้าฯ’ พอย้ายมาอยู่ ‘โมโนแวมไพร์’ พี่ก็มาเล่นตำแหน่งพ้อยท์การ์ด ตัวจ่าย ทำจังหวะให้เพื่อน จริงๆ แล้วตำแหน่งนี้มันต้องแคร์คนอื่นมากกว่าตัวเอง ‘ชู้ตแล้วเท่’ เคยเป็นความคิดของพี่สมัยเด็ก คิดว่ายังไงเราก็ต้องเป็นตัวทำคะแนน แต่ความจริงแล้วการ์ดจ่ายเหมือนปิดทองหลังพระ ส่งให้เพื่อนทำคะแนนได้นี่แหละเจ๋งล่ะ พี่สูง 181 น้ำหนัก 71 พี่เตี้ยที่สุดในทีมชาติไทย จริงๆ ในทีมบาส 5 คนมันควรมีคนตัวเล็กด้วย 1 คน ที่เป็นคนครองบอล คนญี่ปุ่นตัวเท่าพี่เขายังเล่น NBAได้เลย มันก็พิสูจน์ว่ารูปร่างมันไม่ได้เกี่ยว มันอยู่ที่สมอง และเพราะไม่ใช้สมองนี่แหละที่ทำให้บาดเจ็บ ครั้งแรกคือดั้งหัก ต้องงดใช้จมูก 2 อาทิตย์แล้วอีกครั้งมาหักที่มือขวา ล่าสุดคือที่ฝ่ามือ จริงๆ อุบัติเหตุเราเลือกไม่ได้ แต่ที่ระวังได้ก็คือทักษะ ต้องใช้ให้ถูกต้อง ไม่ใช่บ้าพลังอย่างเดียว มีพลังก็ต้องมีสมองด้วย

นักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย
นักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย

คิดว่าวงการบาสเกตบอลไทยมีแววสู่ระดับโลกบ้างไหม

เท่าที่พี่เคยไปสัมผัสชิงแชมป์เอเชียที่ประเทศฟิลิปปินส์นะครับ ฟิลิปปินส์นี่เขาจะค่อนข้างนิยมบาสเกตบอลมาก นักบาสนี่ดังกว่าดารา เท่าที่พี่ไปดู ฟิลิปปินส์เขาได้ไปบาสโลกเลยนะ แต่ของไทยเรานี่ถ้าจะให้ใกล้เขาเราต้องได้แชมป์ซีเกมส์ เพื่อเป็นตัวแทนอาเซียนไปชิงแชมป์เอเซีย และถึงหาตัวแทนเอเซียไปแข่งชิงแชมป์โลก ซึ่งเราไม่เคยได้แชมป์ซีเกมส์เลย ถ้าจะตามฟิลิปปินส์พี่ว่าอีก 10 ปีก็ไม่ทัน เพราะเขามีลีกที่แข็งแกร่งมาก เด็กมัธยมของเขาเลี้ยงบาสคล่องกว่าพี่แน่นอน

ประวัติ บาส การต์ณัฐ นักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย
ประวัติ บาส การต์ณัฐ นักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย

น้องๆ ที่อยากเป็นนักบาสอาชีพแบบพี่บาสต้องทำไง
‘เล่นบาส’ เราอย่าไปคิดว่ามันเท่ ถ้าเราเล่นแล้วมันมีความสุข เล่นแล้วมันสวยงาม ถ้าเล่นในสิ่งที่มันถูกต้องมันก็จะมีความเท่ของมันเอง แต่การจะเล่นกีฬาให้มันดีพี่ว่ามันอยู่ที่แนวคิดของคนมากกว่า ว่าเราเล่นเพราะอะไร เราเล่นเพราะเราอยากจะเล่น เราเล่นเพราะมีเป้าหมายของชีวิต อย่างพี่ก็ตั้งเป้าหมายตั้งแต่เด็กเหมือนกันว่าเราอยากติดทีมชาติ ถึงเป้าหมายมันเปลี่ยนมาเป็นนักบาส พี่ก็ยังมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จ กว่าจะมาถึงตอนนี้พี่ก็มีนั่งร้องไห้อยู่หลังหอเหมือนกัน ของพี่จะเป็นประมาณว่าเล่นข้ามรุ่นตลอด ก็จะโดนกดดันอยู่อย่างนี้ตั้งแต่เด็กจนโต ร้องไห้บ่อยก็มี แต่เราก็ไม่ได้ร้องไห้ใครเห็น ท้อจนโทรหาแม่อะไรอย่างนี้ ครอบครัวก็เป็นสิ่งสำคัญ พี่โชคดีที่ครอบครัวพี่อบอุ่น น้องๆ ที่อยากเป็นนักบาสพี่ก็อยากฝากว่า มีเป้าหมายแล้ว เราก็เดินตามเป้าหมายไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบก็ได้ แต่ถ้าตั้งใจจริงมันก็ถึงเป้าหมาย ถึงแม้จะหยุดพักบ้างแต่ก็อย่าลืมว่าเป้าหมายของเราคืออะไร

‘ขอบคุณทุกท่านที่เชียร์ทีม โมโนแวมไพร์ เราเป็นทีมน้องใหม่ที่ก่อตั้งมาได้ปีเดียวก็จริง แต่เราคิดว่าพวกเรายังมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ อยากฝากให้ทุกคนช่วยเชียร์ และทุกคนที่คอยเชียร์พวกเรามาตลอดพูดได้คำเดียวว่า ขอบคุณ ขอบคุณจริงๆ ครับ’

ภาพและเนื้อหาโดย candy magazine/teen mthai.com

หากนำไปใช้กรุณให้เคดิตและลิ้งค์กลับมาด้วยค่ะ