ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยเหยื่อของความเอาเปรียบและเห็นแก่ตัว

Home / ข่าวซีเกมส์ / ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยเหยื่อของความเอาเปรียบและเห็นแก่ตัว

ข่าวการพลาดเหรียญทองของฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยคงจะสร้างความเจ็บปวดให้แฟนกีฬาชาวไทยทุกคน แต่ที่น่าเจ็บใจกว่าคือการจัดการแข่งขันที่ไม่ได้มาตรฐานของชาติเจ้าภาพ มาเลเซีย ที่จัดให้การแข่งขันชี้เป็นชี้ตายในนัดสุดท้าย เวลาในการลงสนามไม่ตรงกัน โดยให้คู่ไทยกับฟิลิปปินส์เตะก่อน ส่วนทีมเจ้าภาพกับเวียดนามเตะทีหลัง เหตุผลก็คงเป็นเพราะอยากให้นักกีฬาของตัวเองเตะในช่วงค่ำซึ่งอากาศเย็น ส่วนทีมอื่นๆ ก็โยนไปเตะช่วงเวลาที่อากาศร้อนมากๆ ให้หมด

ซึ่งทำแบบนี้ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ถ้าเราเตะพร้อมเวียดนามแล้วผลออกมาว่าเวียดนามถล่มเจ้าภาพเหมือนเดิมยังไม่เจ็บปวดเท่านี้ มันไม่ใช่เรื่องของเหรียญทองแต่เป็นเรื่องของมาตรฐานความเป็นสากลที่เจ้าภาพละเลย

ไม่ต่างกับฟุตบอลชายที่โดนแบบนี้เช่นกัน หนักกว่าคือโปรแกรมเตะแบบวันเว้นวันโดยที่เจ้าภาพเลือกจัดให้ตัวเองได้เตะในช่วงค่ำทุกนัด ส่วนทีมอื่นถูกกระจายไปเตะช่วงสี่โมงเย็นเป็นหลัก ก่อนหน้านี้ในการจับสลากแบ่งสายก็ให้สิทธิพิเศษตัวเองในการเลือกกลุ่มที่จะอยู่ได้ แน่นอนว่ามาเลเซียก็เลือกอยู่ในกลุ่มที่ดูอ่อนกว่า มีทีมน้อยกว่าและมีโปรแกรมเตะน้อยกว่าทำให้ได้พักมากกว่าทีมจากอีกกลุ่ม ไม่เรียกเอาเปรียบจะเรียกว่าอะไร?

เกมรอบรองชนะเลิศก็ตามคาดคือมาเลเซียจัดให้ตัวเองได้เตะในช่วงค่ำเหมือนเดิม แต่ไทยกับพม่าโดนตัดกำลังโดยถูกเปลี่ยนให้ไปเตะสี่โมง(ทั้งที่เตะในตอนค่ำพร้อมกันก็ได้เพราะเตะกันคนละสนาม) แล้วยังมีการที่เจ้าภาพสามารถเลือกสนามในการลงแข่งได้ในรอบรองฯและนัดชิง แต่ถ้าทีมตัวเองไม่ผ่านเข้ารอบก็มีสิทธิโยนทุกทีมไปเตะสนามเล็กได้ ไม่เรียกเห็นแก่ตัวแล้วจะเรียกว่าอะไร?

ไม่นับกีฬาอื่นๆ ที่เจ้าภาพแสดง “ความเห็นแก่ตัว” อย่างการไม่ถ่ายทอดสดกีฬาที่ตัวเองไม่ถนัดหรือไม่สนใจ อย่างวอลเลย์บอลที่ทีมงานของไทยต้องไปตั้งกล้องถ่ายทอดสดเอง หรือการที่มาขอร้องให้ทีมตะกร้อไทยไม่ส่งตระกร้อประเภทชายเดี่ยวลงทำการแข่งขันเพราะไทยชนะแบบผูกขาดมาตลอด ขณะที่ชาติอื่นๆ ก็โดนพิษสงเจ้าภาพไม่ต่างจากไทย หากจะเรียกซีเกมส์ครั้งนี้ว่ามหกรรมกีฬาแห่งการเอาเปรียบและเห็นแก่ตัวของเจ้าภาพก็คงไม่ผิดนัก